|
เลิฟซี 1-5July 3 2009 at 8:29 PM |
(no login) |
| เลิฟซี บทที่ 1 ผมอยู่ที่ไหน
ที่ไหนกัน? นี่เราอยู่ที่ไหน?
ผมหันไปรอบๆอย่างมึนงง ตัวเบาหวิว รู้สึกเคว้งคว้าง รอบตัวผมดำมืดไปหมด ไม่มีแสงไฟใดๆเลย แม้แต่แสงสะท้อนก็ไม่มี หรือตาผมบอดไปแล้ว ใจผมหายวูบ ตัวสั่นสะท้าน
ที่นี่ที่ไหน? มีใครอยู่บ้าง? ไปไหนกันหมด?
...นานเท่าไหร่ไม่รู้ที่ผมร้องเหมือนคนสติเสีย ผมร้องจนเสียงแหบแห้ง แต่คำถามของผมก็ไม่ได้รับคำตอบจากใคร หรืออะไรทั้งสิ้น เนิ่นนานกว่าที่ผมจะรวบรวมสติไว้ได้ ผมพยายามนึกว่าเกิดอะไรขึ้น... เกิดอะไรก่อนที่จะเราจะมาอยู่ในที่นี้
ความทรงจำค่อยๆกลับมาช้าๆ ผมจำได้แล้ว ผมไปทำรายงานร่วมกับเพื่อนนักศึกษาอีกสามคน มันเป็นเวลาดึก เกือบห้าทุ่มแล้ว ผมกับแคทออกมาหาซื้อของกินเพราะต้องอยู่กันอีกหลายชั่วโมง... เราเดินกันมาบนถนนเพราะไหล่ทางค่อนข้างเล็ก แถมยังมีต้นไม้ปลูกอยู่เป็นระยะอีกด้วย
ดึกอย่างนี้ ถนนว่างเปล่า นานๆจะมีรถผ่านไปซักคัน เราคุยกันเพลิน แล้วสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น..
มอเตอร์ไซค์คันหนึ่ง วิ่งมาจากทางด้านหลัง ผ่านเราไป เสียงเอี๊ยดดังลั่นแล้วรถก็เบรกกึก ผมเห็นผู้ชายสองคนนั่งซ้อนกันมา ลักษณะการแต่งตัวและท่าทางของพวกมันดูเลวๆยังไงชอบกล ผมมีลางสังหรณ์ว่าเรื่องไม่ดีกำลังจะเกิดขึ้น
จะไปไหนน้อง มาซ้อนรถพี่ดีกว่า เดี๋ยวพี่ไปส่งให้
เอาแล้วไง ไอ้คนนั่งซ้อนมันเริ่มแล้ว แคทจับมือผมไว้ มือของเธอเย็นเฉียบเลย ผมเองก็กลัวพอๆกับเธอ ไอ้สองคนนั้นมันตัวเบ้อเริ่ม กล้ามขึ้นเป็นมัดๆ ท่าทางเหมือนคนที่พร้อมจะติดคุกโดยไม่ยี่หระต่ออะไร พวกมันสองคนมองจ้องหน้าแคทด้วยสายตาหื่นๆ ไอ้คนซ้อนลงจากรถก่อน แล้วไอ้คนขับก็ลงตามมา ท่าทางพวกมันเอาจริง ตอนนี้ผมรู้แล้วว่ามันทำแน่ๆ พวกมันไม่ได้ให้ความสนใจอะไรผมเลย... แน่ละ ผมใส่เสื้อเชิ๊ตหลวมโพลกนุ่งกางเกงยีนส์สวมหมวกแก๊ป ถึงจะดูเหมือนผู้ชายแต่ก็ดูเป็นเด็กผู้ชายกะโปโลคนหนึ่ง ไม่มีอะไรให้สนใจ ไม่ต้องหนึ่งต่อสองหรอก แค่หนึ่งต่อหนึ่งผมก็ไม่มีทางสู้แล้ว
บุ้ง แคทเรียกชื่อผมเสียงสั่น หลบมายืนข้างหลังผม ปล่อยให้ผมเผชิญหน้ากับไอ้สองคนนั่น
ผมจะทำยังไง..ผมจะทำยังไง... ตอนนี้ตัวผมสั่นไม่น้อยไปกว่าแคท ผมสู้มันไม่ได้แน่ๆ ไม่มีทางสู้ได้เลย... แต่ผมจะปล่อยให้แคทถูกพวกมันรุมได้ยังไง ผมแอบรักแคทอยู่ในใจ ถึงแม้ว่าเธอจะไม่รู้ และไม่เคยแสดงออกว่าชอบผมเลยก็ตาม แต่ถึงผมจะรักเธอยังไง ผมก็ยังไม่หลงจนลืมความจริงที่ว่าการที่ผมจะไปสู้กับพวกมันก็เท่ากับผมหาเรื่องเจ็บตัวเปล่า ดีไม่ดีจะตายเอาด้วย
บุ้ง เธอเรียกชื่อผมอีกครั้งพร้อมกับเขย่าแขนผม ผมเป็นที่พึ่งอย่างเดียวของเธอ และผมก็รู้ว่าผมปล่อยให้พวกมันทำเธอไม่ได้แน่ๆ
พี่...จะทำอะไร ผมกัดฟันถามเสียงสั่น
เอ๊ะ ผู้หญิงนี่
เอ้อเฮอ ดูไม่ออกเลยนะนังหนู มานี่ มันดึงร่างผมกระชากจนเซถลา เพื่อนมันรีบมาจับผมไว้
ขอยืมเด็กมึงหน่อย เดี๋ยวคืนให้ อื้อฮือ ตัวนุ่มจัง ไอ้คนที่จับร่างผมไว้พูด
แคทวิ่ง ผมตะโกน
ตอนนั้นแคทวิ่งหนีแล้ว เธอตะโกนร้องให้คนช่วยไปด้วย ไอ้คนที่กระชากร่างผมออกตะโกนด่าแล้ววิ่งไล่ตามเธอไป ไอ้คนที่จับผมก็เหวี่ยงผมออกแล้ววิ่งไล่ไปด้วย...
ผมไม่คุ้นกับแถวนี้เลยเพราะเพิ่งมาที่นี่เป็นครั้งแรก แต่สังเกตจากที่เดินผ่านมาแทบไม่เห็นบ้านคนเลย ไม่มีเวลาให้ผมคิดแล้ว ผมต้องตัดสินใจเดี๋ยวนี้ ผมตัดสินใจวิ่งตามไป เพราะถ้ามัวไปหาคนช่วย แคทก็คงเสร็จพวกมันไปแล้ว ผมยอมไม่ได้....
ผมมัวแต่ลังเล เลยช้ากว่าไอ้สองคนนั่น ไอ้คนที่วิ่งตามแคทมันรวบเธอไว้ได้ ผมเห็นทั้งคู่ล้มกลิ้งไปกับพื้น ไอ้สารเลวนั่นมันลวนลามเธอ ขยำหน้าอกแล้วก็ไล่ฟัดไปตามใบหน้าซอกคอ แคทพยายามดิ้น สะบัดหน้าพร้อมกับร้องให้คนช่วยตลอด แต่เพื่อนมันที่ตามไปถึงก็ไปช่วยจับแขนเธอยึดไว้ ไอ้คนแรกมันรูดเสื้อยืดเธอขึ้นไป แล้วฝังหน้าคลุกไปที่หน้าอก
ตอนนั้นผมวิ่งไปถึงแล้ว ผมโดดเข้าไปหวังจะกระชากมันออก
พลั่ก!
ผมโดนหมัดมันเต็มๆ โลกหมุนติ้ว ดาวขึ้นระยิบ รู้สึกเค็มปะแล่มแสบปากแสบจมูกไปหมด เลือดผมคงไหลออกมาแล้ว
อยากเจ็บตัวหรือไง ไอ้คนที่จับแคทมันลุกขึ้นเดินมาหาผม ขณะที่ไอ้คนปล้ำแคทมันก็ยังปล้ำเธอต่อไป
ปล่อยเธอนะไอ้บ้า ผมตะโกนกลับ หน้ามืดไม่กลัวอะไรอีกแล้ว ผมลุกขึ้นก่อนจะโดนมันอัดซ้ำอีกครั้งด้วยหมัดรุ่นๆ คราวนี้ผมโดนเป็นชุด ไม่รู้อะไรเป็นอะไร ได้ยินเสียงแคทหวีดร้องตลอดเวลา ผมโดนมันอัดอยู่ข้างเดียว แม้จะล้มเกลือกกลิ้งไปบนพื้นแล้วมันก็ยังตามมาซ้ำ
แคทร้องไห้อยู่ในความมืด ผมพยายามลืมตาขึ้นมอง วัตถุสีดำมะเมื่อมจ่ออยู่ตรงหน้า เสียงแคทกรีดร้องลั่น
เปรี้ยง!!!
แล้วทุกอย่างก็ดำมืดลง.... ผมจำได้ถึงแค่นี้....
เลิฟซี บทที่ 2 นางฟ้า
แล้วทำไมผมจึงมาอยู่ที่นี่ล่ะ ผมรู้สึกเย็นยะเยือกไปทั้งตัว
รู้สึกตัวแล้วหรือนังหนู เสียงแผ่วทุ้มดังในความมืด ผมรู้สึกเสียงนั้นก้องกังวาน ฟังดูแปลกประหลาด ข้อสำคัญมันยากที่จะแยกแยะได้ว่าเป็นเสียงผู้ชายหรือผู้หญิง ถึงกระนั้นผมก็ยังรู้สึกโล่งใจขึ้นมาบ้างที่มีคนคุยด้วย
ผมรู้สึกตัวมาตั้งนานแล้ว คุณต่างหากที่มาช้า ผมร้องจนเสียงแหบแห้งหมดแล้ว ผมอุทธรณ์กับเขา
เวลาของเธอกับเวลาของฉันมันไม่เหมือนกัน... นี่เธอต่อว่าฉันหรือ
เปล่าครับ ใครจะกล้าล่ะ คุณคือใคร และผมอยู่ที่ไหน ผมตายแล้วหรือ ผมถามติดกันเป็นชุดๆ รู้สึกใจเต้นแรง แม้จะคาดเดาได้ลางๆ แต่ก็กลัวจะได้รับความจริงนั้น
ฉันคือใคร อืมม...มันยากจะบอกให้เธอเข้าใจได้ แต่ฉันอยู่แบบนี้มานานแล้ว นานเกินกว่าที่เธอจะนับคำนวณได้ ส่วนคำถามที่ว่าเธอตายแล้วหรือ ถ้าในความหมายของเธอแล้ว ..ใช่
คำตอบของเขาชวนให้มึนงงดีแท้ๆ มันยังมีตายในความหมายอื่นอีกหรือ
ใช่ แต่เธอคงไม่เข้าใจหรอก
เสียงนั้นดังขึ้นอีก ผมสะดุ้ง เขาได้ยินความคิดของผม แต่ผมไม่แปลกใจมากเหมือนตอนแรก ผมอยู่ในโลกที่แปลกประหลาด และจะมีอะไรที่ผมไม่รู้อีกเยอะ
ถูกแล้ว เธอฉลาดกว่าที่ฉันคิด
เสียงนั้นยังคงดังต่อไป เขาได้ยินความคิดของผม นั่นทำให้ผมรู้สึกอึดอัด ผมต้องระวังพยายามที่จะไม่คิดอะไร
อย่าระแวงฉันเลยนังหนู ผมไม่ชอบสรรพนามที่เขาเรียกผมเลย
คุณยังไม่ตอบผมเลยว่าผมอยู่ที่ไหน สวรรค์หรือนรก ผมถามด้วยความหวาดหวั่น คิดถึงการกระทำที่ผ่านมาสงสัยจะต้องลงนรกซะมากกว่า แต่ถ้าต้องตกนรกก็หวังว่าคงไม่อยู่ในชั้นที่ลึกหรอกนะ ผมไม่ได้ทำบาปทำกรรมอะไรร้ายแรง ฆ่าคนก็ไม่เคย แถมโดนฆ่าอีกต่างหาก ซวยจริงๆ... แต่ผมก็ยอมรับว่าได้ทำบาปไปบ้างแหละ ก็ทำแบบที่คนอื่นเค้าทำกัน ใครจะสะอาดบริสุทธิ์ได้ตลอดเล่า ผมตบยุงไปกี่ร้อยกี่พันตัวแล้ว
ที่นี่ไม่ใช่สวรรค์หรือนรก มันอยู่ตรงเส้นเขตแดนระหว่างอณาจักรทั้งสอง
โลกมนุษย์ กับ..กับ... โลกหลังความตาย ผมพูดตะกุกตะกัก
ก็ทำนองนั้น
แล้วผมจะไปที่ไหนต่อล่ะ นรกหรือสวรรค์ หรือไปเกิดใหม่
เธอจะไม่ได้ไปในทั้งสามแห่งนั้นหรอก เธอคือพวก เลิฟซี
เลิฟซี ผมทวนคำอย่างสงสัย เลิฟซีคืออะไร? ทำไมผมจึงเป็นพวกเลิฟซี? ทำไมผมไม่ได้ไปเกิดใหม่? แล้วผมต้องอยู่ในโลกมืดๆแบบนี้ตลอดไปเลยหรือ..
ผมถามอย่างหวาดกลัว โลกแบบนี้ผมอยู่ไม่ได้หรอก มันยิ่งกว่าติดคุกอีก คุกยังมีแสงมีอะไรให้ทำ แต่นี่มันว่างเปล่าไม่มีอะไรเลย
ผมไม่ยอมนะ
...ไม่มีเสียงตอบกลับมาอีก
เดี๋ยวซิคุณ.. คุณอยู่ไหน อย่าเพิ่งไปซิ เลิฟซีคืออะไร ทำไมผมจึงเป็นพวกเลิฟซี
โอ... เสียงถอนหายใจดังยาวอยู่ในความมืดก่อนจะแผ่วหายไป
ผมใจหายอีกครั้ง นี่ผมจะทำยังไง ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอยู่ในสภาวะไหน ผมไม่ได้ยืน นั่งหรือนอน ไม่รู้สึกเมื่อย อันที่จริงผมไม่รู้สภาพของตัวเองด้วยซ้ำ ไม่รู้ว่ารูปร่างของผมเป็นยังไง เพราะผมมองอะไรไม่เห็น ผมเลิกที่จะถามหาเพราะไม่มีประโยชน์ ผมคงต้องทนรอและหวังว่าจะมีใครมาคุยด้วยอีก ผมจำที่เขาบอกได้เวลาของเขากับเวลาของผมไม่เหมือนกัน ผมได้แต่รอ...
มาเถอะ มีเสียงดังมาอีกจริงๆ คราวนี้เป็นเสียงหวานใสเลยทีเดียว เป็นเสียงผู้หญิงที่หวานเจื้อยแจ้วที่สุดเท่าที่เคยได้ยินมาในชิวิต
เธอเป็นใคร ผมถามอยากจะเห็นหน้าเธอมากๆ คำนวนจากเสียงแล้วผมนึกจินตนาการได้เลยว่าเธอจะต้องสวยมากๆ ผมยังไม่เคยได้ยินเสียงผู้หญิงที่เพราะขนาดนี้มาก่อนเลย
ไปกับฉัน เธอไม่ได้ตอบคำถามผม แต่ผมรู้สึกว่าผมกำลังเคลื่อน หรือเลื่อน หรือลอย ผมบอกไม่ถูก แต่ไม่ใช่เดินแน่ๆ เราเคลื่อนไปเรื่อยๆแล้วผมก็เห็นแสงสว่างอยู่ตรงหน้า เหมือนแสงจากปลายอุโมงค์ยังไงยังงั้น
แสงสว่างเจิดจ้าจนผมรู้สึกแสบตาวูบ ผมหลับตา หูผมได้ยินเสียงเอะอะ เสียงรถราวิ่งดังอึกทึก ผมลืมตาขึ้นพยายามปรับสายตาให้ชินกับแสงสว่าง คราวนี้พบว่าผมกลับมายืนอยู่ในโลกมนุษย์อีกครั้งแล้ว...
ผมสำรวจตัวเองก่อนเลย ผมอยู่ในชุดปกติก่อนที่ผมจะตาย มีแขนมีขามีทุกอย่างปกติ นี่ผมฝันไปหรือ ผมยังไม่ได้ตายนี่
เธอไม่ได้ฝัน เสียงหวานใสดังขึ้นอีก ผมไม่ได้ฝัน ผมหันไปทางเจ้าของเสียงทันที
โอ๊ยยย ผมอยากจะร้องออกมาดังๆ นี่มันนางฟ้าชัดๆ ผู้หญิงตรงหน้าผมนี่สวยยิ่งกว่าใครบนโลกนี้ ผมพูดได้อย่างเต็มปากเต็มคำเลยทีเดียว นางงามจักรวาลคนไหนก็ต้องกระเด็นชิดซ้ายไปหมดเมื่อเทียบกับเธอ ผู้หญิงจะสวยยังไงก็ต้องมีที่ติ แต่เธอไม่มี... ใบหน้า คิ้ว คาง แก้ม ดวงตา รูปร่าง ผิวพรรณ สวยงามชวนมองไปทุกสัดส่วน ไม่มีทางที่จะหาที่ติเธอได้เลย แม้ผมจะรักแคทมากเพียงใด แต่ถ้ามาเทียบกับนางฟ้าตรงหน้าแล้วแคทก็ไม่สามารถประชันความงามกับเธอได้ แต่เธอดูอายุน้อยเหลือเกิน สิบหกสิบเจ็ดได้มั๊ง แถมชุดของเธอ โอววว... นี่มันชุดนอนหรือชุดชั้นในกันแน่ เนื้อผ้าบางเบาจนมองเห็นอะไรขาวๆ อูมๆสองลูกน่ารักน่าจับ ผมมองต่ำลงไปแบบเร็วๆก็ยังเห็นอะไรวับๆแวมๆในส่วนสำคัญด้วย... ใช่แน่ๆ ต้องใช่แน่ๆ ผมไม่ได้ตาฝาด ทำไมนางฟ้าจึงแต่งตัวโป๊อย่างนี้ นางฟ้ามายั่วผมหรือ ไม่น่าเป็นไปได้ หรือจะมาทดสอบคุณธรรมแบบเทวดาที่งมขวานให้คนตัดฟืน ผมพยายามรักษามารยาทไม่มองในส่วนที่น่ามอง รถรายังวิ่งผ่านไปผ่านมาตลอดเวลา ผมใจหายวาบมองไปรอบๆ นางฟ้าโป๊แบบนี้คนไม่มองกันแย่แล้วหรือ
ไม่มีใครเห็นเราหรอก เธอพูดยิ้มๆ
เลิฟซี บทที่ 3 ความรักขั้นต่ำสุด
เธอเป็นนางฟ้าใช่มั้ย ทำไมถึงพาผมกลับมาที่นี่ล่ะ
ฉันถูกส่งมาเป็นพี่เลี้ยงเธอ
พี่เลี้ยงผม ผมทวนคำอย่างงงๆ
เราเดินไปคุยไปเถอะ มีธุระต้องรีบทำหลายอย่าง มีเวลาไม่มาก
ตอบผมหน่อยซิ เลิฟซีคืออะไร ทำไมคนเมื่อครู่ถึงเรียกผมว่าพวกเลิฟซี ผมถามขณะที่เราเดินไปตามฟุตบาทข้างถนน ผมไม่รู้ว่าเธอจะพาผมไปไหน คำถามมันมากมายไปหมดจนผมไม่รู้ว่าจะเริ่มจากตรงไหนดี
เธอคงไม่รู้ว่า ความรักนั้นมีอยู่หลายระดับ ความรักขั้นสูงสุดก็คือคนสองคนรักกัน แบ่งปันทุกอย่างให้กัน ความรักขั้นนี้จะอยู่เหนือทุกอารมณ์ ความรู้สึก ไม่มีอำนาจใดๆจะแยกคนรักในขั้นนี้ออกจากกันได้ เขาและเธอจะอยู่ด้วยกันทุกภพไป
แล้วความรักของผมล่ะ เธอเรียกว่าเลิฟซีใช่ไหม
นางฟ้ามองผมด้วยแววตาที่สงสาร หรือจะเรียกว่าสมเพชก็ว่าได้
เลิฟซีเป็นความรักขั้นต่ำสุด
ทำไม ผมรู้สึกไม่พอใจขึ้นมาทันที เพราะว่าผมรักเพศเดียวกันน่ะหรือ
ไม่ใช่ เพศไม่ใช่อุปสรรคของความรัก ถ้าคนสองคนรักกันอย่างจริงใจ ถึงจะเป็นเพศเดียวกันก็ก้าวเข้าสู่ความรักขั้นสูงสุดได้
งั้นเพราะอะไรล่ะ หรือเพราะว่าผมรักเค้าข้างเดียว
รักข้างเดียวเป็นความรักระดับต่ำจริง แต่ไม่ใช่ต่ำที่สุด
แล้วทำไมความรักของผมถึงจัดอยู่ต่ำสุด
เพราะเธอตายอย่างโง่ๆน่ะซิ เธอทำลายเรือนร่างที่มีคุณค่าอย่างไร้สาระ เธอถึงเป็นพวกเลิฟซี
ตายอย่างโง่ๆหรือ ผมยอมตายเพื่อคนที่ผมรัก เธอเรียกว่าตายแบบโง่ๆหรือ?
นางฟ้าส่ายหน้าเหมือนกับว่าผมเป็นคนที่ไร้เดียงสาเสียจริง
ถ้างั้นฉันจะถามเธอนะ เธอก็รู้อยู่แล้วว่าสู้พวกมันไม่ได้ ทำไมถึงไปสู้กับพวกมัน เธอสู้ทั้งๆที่รู้อยู่แก่ใจว่าไม่มีประโยชน์อะไร แล้วเธอก็ตายเปล่า
แล้วจะให้ผมปล่อยให้พวกมันย่ำยีแคทเหรอ ผมย้อนถาม
เธอมีทางเลือกที่จะทำได้อีกหลายอย่าง แต่เธอไม่เลือก เธอทำลายตัวเองอย่างไร้คุณค่าที่สุด เธอย้ำคำเดิมอีกครั้ง
ผมไม่เห็นด้วย ผมค้านเธอ
เธอรู้ไหมว่า ชีวิตของเธอไม่ใช่ของเธอทั้งหมด เธอมีภาระที่ต้องรับผิดชอบ... ต่อพ่อแม่ ต่อคนรอบข้าง พ่อแม่ของเธอต้องเสียใจ ใครจะเลี้ยงดูเวลาที่พวกเขาแก่เฒ่า และยังคนรอบข้างที่เธอมีโอกาสจะต้องเกื้อกูลอีก พวกเขาเสียโอกาสนั้นไป และที่สำคัญเธอรู้ไหม เธอจะต้องมีลูกอีกสองคน แต่พวกเขาหมดโอกาสที่จะเกิดแล้ว เพราะการกระทำโง่ๆของเธอ
ผมใจหาย ผมไม่เคยมองเรื่องพวกนี้เลย แต่ข้อสำคัญ...
ผมจะมีลูกได้ยังไง ผมเป็นทอม ผมค้าน
ฉันไม่รู้ แต่นั่นเป็นชะตาของเธอ ฉันมีอะไรจะบอกเธออีก มันสำคัญที่สุด เธอรู้ไหมว่าพวกเลิฟซีจะไม่ได้กลับไปเกิดอีก ยกเว้น
ยกเว้นอะไร
ยกเว้นว่าเธอจะได้รับจูบจากคนรักที่มาจากหัวใจที่เปี่ยมไปด้วยความรักในระดับเดียวกับที่เธอมีให้
ผมใจหายวูบ
แต่...แต่..ผมจะทำได้ยังไง ตอนมีชีวิตผมยังทำไม่ได้เลย แล้วในสภาพแบบนี้ผมจะทำได้ยังไง
เธอถึงต้องมีพี่เลี้ยงยังไงล่ะ นางฟ้าตอบ เรามีเวลาสามเดือน
แล้วถ้าเลยกำหนดล่ะ
เธอก็ต้องอยู่ในสภาพนี้ตลอดไป
ผมหยุดเดิน เธอก็หยุดบ้าง นางฟ้ามองผมด้วยแววตาสงสัย ผมมองดูเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า
อย่าหาว่าผมเสียมารยาทเลยนะ เธออายุเท่าไหร่เนี่ย
อืมม เวลาของเรามันเทียบกันยากนะ แต่ถ้าจะคำนวณดูแล้ว ฉันน่าจะอายุสิบเจ็ดถ้าเทียบกับสเกลมนุษย์
ทำไมเขาไม่ส่งคนที่มีประสบการณ์ลงมาเป็นพี่เลี้ยงผม
ปกติก็เป็นแบบนั้นแหละ แต่กรณีของเธอมันเป็นกรณีพิเศษ
พิเศษยังไง
ฉันขอเขาลงมาเอง เธอรู้ไม๊ว่าฉันเรียนได้ระดับ ไลเซนส์เอเลยนะ ถ้าเทียบก็ระดับเกียรตินิยมของพวกเธอนั่นแหละ ฉันทำคะแนนได้สูงอย่างที่ไม่เคยมีใครทำได้มาก่อน ตอนนี้ใกล้จะจบแล้วล่ะ พอฉันไปขอ พวกผู้ใหญ่ก็คิดว่าน่าสนใจ เลยอนุญาตให้ฉันมาเป็นพี่เลี้ยงเธอนี่แหละ เธอพูดอย่างภูมิใจ
โอ้... แม่เจ้า เป็นเกียรติบัดซบเลยว่ะ นี่ผมเป็นวิทยานิพนธ์ของเธอหรือนี่ ถ้าผมไม่ได้ไปเกิด เธอจะรับผิดชอบยังไง
เธอตบไหล่ผมเหมือนจะแสดงความเห็นใจในโชคร้ายของผม
อย่าตกใจไปเลย จากสถิติของเรา 99.99999999999% ของพวกเลิฟซีจะได้ไปเกิดใหม่ หรือพูดง่ายๆว่า มีแค่สามรายเท่านั้นที่เราช่วยไม่สำเร็จ
ทำไม? เพราะอะไร?
เธออย่ารู้เลยน่ะ เดี๋ยวจะไม่สบายใจเปล่าๆ
ทำไมล่ะ? ถ้าผมรู้จะได้เตรียมระวัง หาทางป้องกันข้อผิดพลาดไว้ล่วงหน้า
เธอป้องกันไม่ได้หรอก
ทำไม?
อยากรู้จริงอ่ะ
บอกมาเถอะน่ะ
ก็ได้ สามรายนั้นมีข้อเหมือนกันอยู่อย่างคือ ทั้งสามมีพี่เลี้ยงเป็นพวกนักศึกษาที่ไม่มีประสพการณ์น่ะซิ แบบว่าไปขออนุญาตพวกผู้ใหญ่ลงมาน่ะ
ผมมองเธอตาค้าง
บอกแล้วไงว่ารู้แล้วจะไม่สบายใจ เธอพูดหน้าตาเฉย
เลิฟซี บทที่ 4 รุ่นพี่บ้ากามกับแผนอันชั่วร้าย
เดี๋ยวๆ ขอถามหน่อย มีเลิฟซีกี่คนที่มีพี่เลี้ยงเป็นเด็กฝึกงานน่ะ
นับไปนับมา รู้สึกว่าจะได้สามคนพอดี
งั้น...งั้นก็หมายความว่า สถิติของคนที่มีพี่เลี้ยงเป็นเด็กฝึกงานแล้วทำได้สำเร็จก็คือ 0.00 % น่ะซิ
เป๊ะเลย! เธอฉลาดมาก
ผ ม ข อ เ ป ลี่ ย น ตั ว พี่ เ ลี้ ย ง ผมร้องตะโกนออกมาอย่างสิ้นหวัง
ไม่ได้ เธอดุผมเสียงเขียว
ผมกัดฟันกรอดๆ คิดในใจอย่างเคียดแค้น
(คอยดูถ้าฉันกลับไปเกิดไม่ได้ ฉันจะปล้ำเธอ อย่าคิดว่าจะหนีกลับไปได้อย่างลอยนวลนะ)
ตกลง นางฟ้าพูดหน้าแดง
ตกลงอะไร ผมงง
ฉันรับปากเธอ ถ้าฉันช่วยให้เธอไปเกิดไม่ได้ ฉันจะไม่กลับขึ้นไปอีก ฉันจะอยู่กับเธอที่นี่ จะอยู่เป็นเพื่อนเธอ...
ตลอดไปเลยหรือ? ผมถามเบาๆ
ตลอดไป เธอพยักหน้า
สัญญา
ฉันให้สัญญา
เธอตอบเสียงนุ่มนวลพร้อมกับเอามือนุ่มๆมากุมมือผมไว้ ผมเห็นความเด็ดเดี่ยวในดวงตาคู่งามของเธอเป็นครั้งแรก
มั่นใจขนาดนี้เชียวหรือนี่
แน่นอน ถ้าฉันพลาดฉันก็พร้อมที่จะรับผิดชอบ พอใจไหม?
ใจถึงชิบเป๋งเลยว่ะ
เอาวะ ไหนๆเธอก็บ้าดีเดือดขนาดนี้ ผมจะต้องกลัวอะไรอีก
ไปกันเถอะ รถมาแล้ว
เธอพูดพร้อมกับฉุดมือผม ทันใดผมก็รู้สึกร้อนวูบไปทั้งตัว ร่างกายราวกับโดนไฟจากดวงอาทิตย์เผาไหม้แหลกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย จากนั้นก็รู้สึกเหมือนถูกกระชากดูดเข้าไปอยู่ในรถคันหนึ่ง ผมเสียววูบ หูอื้อ ตาพร่า แล้วจากนั้นจึงค่อยๆกลับสู่สภาวะปกติอีกครั้ง เหตุการณ์ทั้งหมดนี้มันเกิดขึ้นเพียงวูบเดียวเท่านั้น
อูยย เสียววว ทีหลังจะทำอะไรแบบนี้ช่วยบอกให้ตั้งตัวกันหน่อยนะ ผมบ่นพึมพำ แต่นางฟ้าหัวเราะคิก
บอกก็ไม่หนุกดิ เธอพูด
มึงว่าไอ้บุ้งมันโง่หรือมันบ้ากันแน่วะ
เสียงผู้ชายดังขึ้น ชื่อผมนี่นา เสียงก็คุ้นๆด้วย ผมเริ่มสำรวจคนในรถ... อ้าวนี่มัน ไอ้พี่กบ พี่ไก่ พี่เร พวกรุ่นพี่บ้ากามปีสองนี่นา นี่ผมมาอยู่บนรถของพวกนี้หรือ
พี่กบนั่งประจำตำแหน่งคนขับและเป็นคนพูดเมื่อสักครู่ พี่ไก่นั่งอยู่ข้าง พี่เรนั่งอยู่ข้างหลัง ผมกับนางฟ้าก็นั่งอยู่ข้างหลังด้วย ร่างของผมอยู่บนเบาะและซ้อนอยู่กับร่างของพี่เร มันเป็นสภาวะที่แปลกมาก เพราะราวกับพี่เรไม่มีตัวตน เพราะร่างของผมแทรกอยู่ตำแหน่งเดียวกันกับเขา เราเคลื่อนไหวได้เป็นอิสระในสภาพที่ซ้อนกันโดยที่ไม่รู้สึกอะไรเลย
กูว่าทั้งสองอย่างนั่นแหละ แถมเพิ่มให้อีกอย่างทำเป็นฮีโร่อวดสาว
ไม่ประมาณตัว ก็สมควรตายแล้ว
แต่เสียดายนะ สงสัยมันยังไม่เคยลองของจริง ที่จริงมันก็น่ารักดีเหมือนกัน ขาวดีด้วย น่าจะให้พวกเราเล่นกันซักคนละทีสองทีก่อนตาย จะได้รู้จักเพศของตัวเองเสียที
ผมหน้าชา
นั่นดิ กูว่าดับซ่าไอ้บุ้งก็ได้อารมณ์ดีเหมือนกัน เสียดาย มาตายแบบโง่ๆ อดรู้รสชาติผู้ชาย
หยุดพูดถึงมันดีกว่าว่ะ เดี๋ยวมันมาหักคอเอา
เอ๊ะ อย่าบอกนะว่ามึงกลัวผี
ไม่กลัวโว๊ย แต่ไม่ชอบพูดถึงผี พูดเรื่องน้องแคทดีกว่า okไม๊วะ?
ชัวร์ จ่ายเงินให้น้องกิฟท์ไปแล้ว ไอ้เปี๊ยกก็รออยู่ที่บ้าน คืนนี้ได้สนุกกันยันรุ่งแน่
ผมสะดุ้งนี่พวกมันวางแผนจะทำอะไรแคทกันหรือ ผมหันไปมองนางฟ้า... พี่เลี้ยงแสนสวยของผม เธอยักไหล่เหมือนไม่สนใจ
อยากรู้จังหน้าอกน้องแคทจะนุ่มแค่ไหนน๊ะ ยอดมันคงเป็นสีชมพู ไอ้พี่ไก่พูดหื่นๆ
คงเป็นเม็ดเล็กๆน่ะ
เดี๋ยวกูทำให้บานขึ้นมาเอง
ไอ้บ้า ฉันจะหักคอแก ผมคำรามตามสัญชาตญานของคนที่รับรู้มาตลอดว่าการหักคอมนุษย์คือคุณสมบัติมาตรฐานของผีทุกตัวที่จะต้องทำได้ ดังนั้นผมจึงเงื้อมือทั้งสองตะปบไปที่ต้นคอของมัน แต่วืด มือของผมหายไปในลำคอของพี่ไก่ไปเฉยๆ โดยไม่มีอะไรเกิดขึ้น
หยุดทำอะไรงี่เง่าเสียที นางฟ้าพูดอย่างเหนื่อยหน่าย
เธอได้ยินแล้วนี่ พวกไอ้บ้านี่มันจะรุมข่มขืนแคท เราต้องช่วยเธอ
นั่นไม่ใช่งานของพวกเรา
อะไรนะ ผมอุทานอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง
หน้าที่ของฉันคือทำให้เธอพ้นสภาพเลิฟซี ฉันไม่มีหน้าที่ไปเปลี่ยนชะตากรรมของมนุษย์
แต่ผมยอมไม่ได้ ผมจะต้องช่วยแคท ถึงจะต้องตายก็ยอม
ตลกจัง! เธอมีอยู่ชีวิตเดียว และเธอก็ใช้มันไปกับเรื่องโง่ๆนี้แล้ว เธอไม่มีชีวิตเหลือที่จะมาตายเพราะใครอีก เลิฟซี
เลิฟซี บทที่ 5 ผมจะทำยังไงดี?
ถามอะไรอีกหน่อยได้ไม๊
พูดมาซิ
ผมช่วยแคทได้สำเร็จหรือเปล่า ผมถามเบาๆ
หมายถึงก่อนที่เธอจะตายน่ะหรือ เลิฟซี
ใช่ เกิดอะไรขึ้นหลังจากที่ผม...ตายแล้ว
ผู้ชายสองคนนั่นหนีไป มันยิงเธอเสร็จแล้วก็หนีไป
งั้นก็หมายความว่าผมช่วยแคทได้สำเร็จ ผมพูดอย่างตื่นเต้น
ใช่ เธอพยักหน้า
ถ้างั้นผมก็ไม่ได้ตายเปล่าหรอก ผมพูดอย่างดีใจ แต่ดีใจได้แค่ครู่เดียวเท่านั้น เพราะนึกได้ว่า แคทยังไม่พ้นอันตราย ไอ้รุ่นพี่สามคนนี้มันกำลังวางแผนชั่วร้ายอยู่
เรานั่งกันไปเงียบๆ ได้ยินแต่เสียงพี่กบ พี่ไก่ พี่เรพูดกันหยาบคายตามประสาผู้ชายมาตลอดทาง แล้วรถก็เลี้ยวเข้าไปในวัด จอดนิ่งอยู่บริเวณลาดจอดรถ แล้วพวกรุ่นพี่ก็ลงไปจนหมด เหลือผมกับนางฟ้าสองคน
ไปช่วยแคทกันนะ ผมอ้อนวอนเธอ
นางฟ้าหันไปมองนอกหน้าต่างอีกด้านหนึ่ง ไม่ยอมพูดคุยหรือสบตากับผม
เธอใจร้ายขนาดนี้เชียวหรือ ผมตัดพ้อ
เธอเฉย ไม่สนใจผมเลย...
ผมถอนใจ เดินลงจากรถ ไม่จำเป็นต้องเปิดประตูหรอก ผมเดินทะลุออกมาได้สบาย
ผมเดินไปในความมืด ถอนหายใจด้วยความอัดอั้น นับจากที่ผมรู้จักกับนางฟ้า นี่เป็นครั้งแรกที่ผมต้องเดินอย่างโดดเดี่ยวตามลำพังโดยไม่มีนางฟ้าเดินตามมาด้วย ตอนนี้ผมรู้สึกอ้างว้างอย่างแท้จริงแล้ว...
...ผมจะทำยังไงดี ทำไมพวกผีที่ผมรู้จักไม่ว่าจะเป็นแม่นาค จูออน ไคโร่ ชัตเตอร์หรือแม้กระทั่งเจ้าบี๊ทเทิ่ล จุ๊ย แต่ละตัวมันช่างมีอิทธฤทธิ์ร้ายกาจกันทั้งนั้น แต่ผมไม่มีอะไรเลย จะสัมผัสตัวกับมนุษย์ก็ไม่ได้ พูดก็ไม่มีใครได้ยิน ผมคงเป็นผีที่น่าสมเพชที่สุดในโลก แล้วผมจะช่วยแคทได้ยังไง นางฟ้าต่างหากที่ช่วยได้ แต่เธอไม่ยอมช่วย เป็นนางฟ้าประสาอะไรกันไม่มีความเมตตาปราณีเลย เอาแต่บอกว่าเปลี่ยนชะตากรรมของมนุษย์ไม่ได้ บ้าจริงๆ ผมไม่เชื่อหรอกว่าจะมีกฎที่ไร้มนุษยธรรมแบบนี้
ผมเดินมาจนถึงศาลา รู้สึกแปลกๆเมื่อเห็นรูปของผมตั้งอยู่ เป็นรูปขาวดำก็จริง แต่ถ้าใครดูให้ลึกซึ้งก็จะพบว่าหล่อเหลาไม่ใช่เล่น... พวงหรีดตั้งอยู่เรียงรายเต็มไปหมด พระทุกรูปล้วนแต่นั่งหลับตาสวดมนต์เสียงยานคราง แต่มีอยู่รูปหนึ่งที่ดูจะแก่พรรษาที่สุดลืมตามองมาทางผมด้วย แต่แค่แวบเดียวแล้วท่านก็หลับตาไป ผมว่าท่านต้องเห็นผมแน่ๆ ... ผมเห็นแม่ของผมแล้ว ผมไม่กล้าเดินไปใกล้ๆ ผมรู้สึกละอายใจอย่างบอกไม่ถูก ผมขอโทษครับแม่ ผมคิดอยู่ในใจน้ำตาไหลออกมาอย่างไม่รู้ตัว
ผมสอดส่ายสายตาไปยังเก้าอี้ที่ตั้งเรียงกันเป็นแถว แล้วผมก็เห็นแคท เธออยู่ในชุดนักศึกษานั่งรวมกลุ่มอยู่กับเพื่อนๆ เธอพนมมือไหว้ขณะที่ฟังพระสวด โอ...แคทร้องไห้ด้วย... ผมตาไม่ฝาดหรอก เธอหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาเช็ดน้ำตา เธอร้องไห้เพราะผม! เธอร้องไห้ให้กับผมจริงๆ... ผมเดินเข้าไปนั่งข้างๆ มีคนอื่นนั่งอยู่บนเก้าอี้อยู่แล้วแต่ผมไม่สนใจ เพราะผมนั่งซ้อนกับคนอื่นได้โดยที่เขาไม่รู้ตัว ผมมองใบหน้าแคทที่คิดถึงด้วยตาที่พร่าเลือนด้วยน้ำตา
อย่าร้องไห้ซิแคท ผมอยู่นี่แล้ว
ผมพูดทั้งๆที่เธอไม่ได้ยิน อยากจะ จูบเพื่อลบรอยน้ำตาบนใบหน้างามของเธอ แคทสวยเหลือเกิน ยิ่งอยู่ในระหว่างเสียใจอย่างนี้ยิ่งดู สวยซึ้ง เปราะบางน่าทะนุถนอมที่สุด ใจผมเต้นแรง เลือดสูบฉีดเสียวซ่านไปทั้งตัว ผมบรรจงจุ๊บแก้มเธอเบาๆ แล้วผมก็สะดุ้ง เพราะบังเอิญหางตาของผมเหลือบไปเห็นพระที่แก่พรรษารูปนั้นลืมตามองมาทางผมอีกแล้ว ผมรีบถอนปากออกจากแก้มของแคท แล้วยิ้มแห้งๆให้พระรูปนั้น ผมว่าท่านคงงงว่าทำไมผีเจ้าภาพมาทำอะไรแปลกๆกับแขก เด็กผู้หญิงยุคนี้ชอบทำอะไรพิลึก... แล้วท่านหลับตาบริกรรมคาถาเสียงยานครางต่อไป...
ผมหันกลับมาอีกครั้ง คราวนิ้เพิ่งจะสังเกตเห็นคนที่นั่งติดกับแคทก็คือกิ๊ฟท์นั่นเอง อารมณ์ผมร้อนเร่าด้วยความโกรธ กิฟท์เป็นเพื่อนรักของแคท กิฟท์สวยน่ารัก ตากลมแป๋วดูไร้เดียงสา... เธอสนิทกับแคทยิ่งกว่าที่แคทสนิทกับผมเสียอีก แต่เธอหักหลังเพื่อน ผมไม่อยากเชื่อว่ากิฟท์จะเป็นคนแบบนี้ไปได้ แต่ไอ้รุ่นพี่สามคนนั้นพูดชัดเจน โลกนี้ไม่ยุติธรรมเลย ถ้าจะมีใครสักคนต้องโดนขืนใจมันน่าจะเป็นกิฟท์ ไม่ใช่แคทผู้แสนดีไม่ใช่หรือ
เวลาผ่านไปเรื่อยๆ พร้อมกับที่ผมร้อนใจขึ้นเรื่อยๆ ผมมองไม่เห็นวิธีที่จะช่วยคนรักเลย ...ผมจะทำยังไงดี?
(เธอมีอยู่ชีวิตเดียว และเธอก็ใช้มันไปกับเรื่องโง่ๆแล้ว เธอไม่มีชีวิตเหลือที่จะมาตายเพราะใครอีก เลิฟซี)
คำพูดของนางฟ้าดังอยู่ในหูของผม...
ผมจนมุมแล้ว
เลิฟซี บทที่ 6 คนสวยแย่แล้ว
แล้วก็ถึงเวลากลับ ทั้งหมดพากันเดินออกมาจากศาลา ผมยิ่งร้อนรนหนักขึ้นทุกที
แคท กิ๊ฟท์ เดี๋ยวพี่ไปส่งนะกลับทางเดียวกันพอดี พี่กบเริ่มแผนอุบาทว์แล้ว
แคทยังไม่ทันตอบ กิ๊ฟท์ก็รีบพูดขึ้นทันที
ดีค่ะ ดึกยิ่งหารถยากอยู่ กิ๊ฟท์ไม่อยากนั่งแท็กซี่ด้วย
แคทไม่ปฎิเสธเพราะเธอไม่คิดว่าจะมีอะไรไม่ดีเกิดขึ้น ก็เพื่อนๆพี่ๆน้องๆคณะเดียวกันทั้งนั้นไว้ใจกันอยู่แล้ว
พี่กบ นั่งประจำที่คนขับเหมือนเคย พี่ไก่นั่งข้างหน้า แล้วแคทนั่งตรงกลางด้านหลัง มีกิ๊ฟท์กับพี่เรนั่งประกบอยู่ด้านข้าง
เสร็จ เสร็จแน่ๆ ทำไมไว้ใจคนง่ายอย่างนี้นะ ผมต่อว่าแคทในใจ ทั้งๆที่ถ้าผมเป็นแคทผมก็ไม่นึกระแวงเหมือนกัน
นางฟ้าอยู่ไหน... นางฟ้าอยู่ไหน.... ผมหันซ้ายหันขวาหาที่พึ่งเพียงหนึ่งเดียวของผม โอ๊ย... แคทต้องแย่แน่ๆ
ตอนนี้รถแล่นออกจากวัดแล้ว...
แคทพวกนี้มันจะหลอกเธอ ได้ยินไหม ได้ยินไหม ลงจากรถซะ
ผมแหกปากตะโกนที่ข้างหู พยายามเขย่าตัวเธอ พยายามเพ่งกระแสจิต ผมทำทุกอย่างเท่าที่จะคิดได้ แต่ไม่มีสัญญานอะไรแสดงให้เห็นว่าการกระทำของผมจะได้ผล
ไปส่งใครก่อนดี? พี่กบถามลอยๆ
ส่งกูก่อนละกัน กูจะไปค้างบ้านไอ้เปี๊ยก พี่เรพูด
ตกลง พี่กบรับคำอย่างรู้กัน แคท พี่ไปส่งพี่เรก่อนนะ บ้านไอ้เปี๊ยกมันอยู่ใกล้ๆ
ได้ค่ะ แคทรับคำอย่างซื่อๆ หารู้ไม่ว่าตัวเองกำลังตกอยู่ในอันตรายทุกทีแล้ว
แล้วรถก็ไปถึงบ้านพี่เปี๊ยก พร้อมๆกับหัวใจที่ห่อเหี่ยวของผม ความหวังที่จะช่วยแคทน้อยลงไปทุกที
พี่เรลงจากรถไปก่อน พี่กบทำท่าจะออกรถ แต่กิ๊ฟท์ร้องห้ามไว้
เดี๋ยวค่ะพี่เร กิ๊ฟท์ขอเข้าห้องน้ำก่อนได้มั๊ยคะ
เอาซิ พี่เรพูด
พี่รออยู่ในรถละกัน เร็วๆนะ พี่กบทำเป็นแกล้งพูด
แคท ไปเป็นเพื่อนหน่อยซิ กิ๊ฟท์ชวน
เอ๋! แค่นี้ก็ต้องเป็นเพื่อนด้วยหรอ
เหอะน่า
ก็ได้ ยุ่งจัง ทนหน่อยก็ไม่ได้... เดี๋ยวก็ถึงบ้านแล้ว แคทรับปาก แต่ก็ไม่วายบ่นเพื่อน
แล้วทั้งคู่ก็ลงจากรถ พี่ไก่ตัวแสบลงตามมาด้วย
อ้าว พี่ไก่ไม่รอในรถเหรอคะ แคทถาม
พี่จะเข้าห้องน้ำเหมือนกัน พี่ไก่ว่า
ถ้างั้น กูก็เข้าด้วย ไอ้พี่กบว่า
คราวนี้พวกรุ่นพี่บ้ากามลงจากรถกันหมดเลย.... แย่แล้ว แย่แล้ว
พี่เรเดินนำหน้า แคทเดินคู่กับกิ๊ฟท์ตามหลังพี่เรไป ชุดนักศึกษาของแคทนั้นเป็นชุดรัดรูป กระโปรงสั้นสีดำเลยเข่า พี่กบกับพี่ไก่ที่เดินตามหลังมองช่วงขาขาวเพรียวยาวของเธอตาเป็นมันเลย
พี่เปี๊ยกออกมายิ้มทักทายอยู่ที่ประตู
"หวัดดีจ้ะ กิ๊ฟ แคท มาด้วยเหรอนี่"
กิ๊ฟท์ ขอเข้าห้องน้ำหน่อยค่ะ พี่เปี๊ยก
"ได้จ้ะ อยู่เลยบันไดด้านซ้ายน่ะ
ขอบคุณค่ะ แคทไปนั่งคอยกิ๊ฟท์ข้างในก่อนนะ" กิ๊ฟท์พูด
"เร็วๆหน่อยนะกิ๊ฟท์ ดึกแล้ว แคทง่วงด้วย"
"แป๊บเดียวน่ะแคท ไม่เกินห้านาที"
แคทเข้าไปรอในห้องรับแขก รวมทั้งพี่กบ พี่ไก่ พี่เรด้วย
ดื่มน้ำส้มก่อนนะแคท พี่เปี๊ยกเอาน้ำส้มมาให้
ผมนึกสังหรณ์ใจขึ้นมาทันที
ขอบคุณค่ะ
อย่าดื่ม แคท ผมตะโกนที่ข้างหูเธอ
แน่นอน ที่แคทไม่ได้ยินเสียงผม เธอจิบน้ำส้มไปอึกนึง
วางลงแคท อย่าดื่ม วางลง ผมร้อง
แต่เธอก็ยังจิบต่อไป บรรดารุ่นพี่มองแคทเขม็ง... พักเดียวผมก็เห็นแคทเอนกายพิงโซฟา พึมพำออกมา
"ปวดหัวจัง"
นัยน์ตาของแคทหรี่ลงเหมือนกับจะหลับลงไป แต่ก็ดูเหมือนว่าเธอพยายามจะฝืนลืมขึ้น ตอนนี้แก้มของเธอแดงซ่านเลย ผมใจหายวูบเมื่อเห็นกิ๊ฟท์เดินออกจากห้องมาโดยมีกล้องวีดีโออยู่ในมือ
"กิ๊ฟท์เอากล้องมาทำไมน่ะ" แคทถามเสียงเบลอๆ
เอามาถ่ายแคทน่ะซิ อุตส่าห์มาบ้านพี่เปี๊ยกทั้งที พี่เค้าก็ต้องอยากถ่ายเก็บไว้แน่ๆ ใช่มั้ยคะพี่เปี๊ยก
ใช่ น้องกิ๊ฟท์นี่รู้ใจพี่เปี๊ยกจริงๆ ส่งกล้องมาให้พี่ซิ พี่ถ่ายเอง พี่เปี๊ยกพูด
กิ๊ฟท์ส่งกล้องให้กับพี่เปี๊ยก
แคทไม่ได้พูดอะไร ดวงตาที่หรี่ปรือของเธอหลับพริ้มไป พี่กบนั่งลงประกบที่ด้านข้าง เอามือโอบไหล่ของเธอ อีกมือวางบนกระโปรงนักศึกษา มือของพี่กบลูบไปบนกระโปรงเบาๆ พวกรุ่นพี่คนอื่นหัวเราะกันครืน
ไอ้บ้า เอามือสกปรกของแกออกไปจากแคทนะ ผมตะโกน...ร้องไห้ออกมาอย่างหมดท่า นางฟ้า นางฟ้าอยู่ที่ไหน มาช่วยแคทที ได้โปรด..
ไม่มีเสียงตอบมาจากนางฟ้าใจร้าย
น้องกิ๊ฟท์ไปรอห้องนั่งเล่นดีกว่ามั้ย พี่เปี๊ยกพูดเมื่อเห็นเธอยังยืนอยู่ข้างๆ
กิ๊ฟท์ขอดูได้มั้ยคะ
พี่เปี๊ยกหัวเราะ
ตามใจ ศึกษาไว้ก็ดีจะได้ไปสอนแฟน
บรรดารุ่นพี่พากันหัวเราะชอบใจ กิ๊ฟท์หน้าแดงซ่าน พี่กบจับขาเรียวงามของแคทพาดตัก หัวเราะเสียงหื่น เลิกกระโปรงของเธอไปถึงหน้าท้อง ... พี่เปี๊ยกกดชัตเตอร์ถ่ายภาพ เสียงดังเป็นระยะอยู่ตลอดเวลา....
|
|
| Author | Reply |
(เข้าสู่ระบบ thetong) | Re: เลิฟซี 1-5 | July 4 2009, 11:08 AM |
เดินเรื่องดีครับ ขาดบท หื่นไปหน่อย (บทที่ 6 แล้วคร๊าบ) | |
|
| Current Topic - เลิฟซี 1-5 |
|
|